by RevivalBangkok .com

รอยคล้ำใต้ตา ภูมิแพ้

1
picture : #177 x-treeem dark circles by romana klee on Flickr.com
picture : #177 x-treeem dark circles by romana klee on Flickr.com

รอยคล้ำใต้ตา กับ ภูมิแพ้

เป็นภูมิแพ้ก็ทำให้เกิดรอยคล้ำใต้ตาได้ รักษายังไง มาดูกันค่ะ

หลายๆคนมาปรึกษาที่คลินิคด้วยปัญหารอยคล้ำใต้ตา ทาครีมอย่างไรก็ไม่หายไม่ดีขึ้นสักที ไม่ว่าจะกระปุกแพงสักกี่พันก็ไม่ช่วยให้รอยคล้ำดีขึ้น

พอหมอสอบถามประวัติกลับไปเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้ไปก็พบว่ามีอาการภูมิแพ้เป็นๆหายๆอยู่

คนไข้ก็มักจะถามกลับมาว่า ” เอ๊ะ! มันเกี่ยวกันด้วยรึค่ะ คุณหมอ “

เกี่ยวซิคะเดี๋ยวหมอจะเล่าให้ฟัง

 

โรคภูมิแพ้นั้นสามารถเป็นได้ในหลายระบบของร่างกาย

คนที่เป็นโรคภูมิแพ้ที่ระบบหนึ่งก็จะเพิ่มโอกาสการเป็นโรคภูมิแพ้ของระบบอื่นได้ด้วย

ตัวอย่างเช่นคนเป็นโรคภูมิแพ้ที่จมูกก็จะมีอาการคันจมูกจามน้ำมูกไหลบ่อยๆชอบขยี้จมูก แม้ไม่ได้ป่วยเป็นหวัดอยู่ก็มีน้ำมูกไหลเมื่อเจอสิ่งที่แพ้

สังเกตุจะมีขุยลอกบริเวณจมูกเพราะขยี้จมูกไปมาหรือใช้ทิชชู่ซับน้ำมูกบ่อยๆ

โรคภูมิแพ้ผิวหนังก็จะมีอาการผิวแห้งคัน ผิวแพ้ง่่าย

โรคภูมิแพ้ที่เยื่อบุตาก็จะมีอาการคันเคืองตาตาแดง ชอบขยี้ตา … ที่นี้เริ่มเห็นความสัมพันธุ์ระหว่าภูมิแพ้และผิวใต้ตาขึ้นมาบ้างแล้วใช่มั้ยคะ

 

งานวิจัยเกี่ยวกับโรคภูมิแพ้

มีการศึกษาของมหาวิทยาลัยGriffits ประเทศออสเตรเลีย

ในผู้ป่วยที่เป็นภูมิแพ้ที่จมูก( ก็คือพวกเราที่ชอบคันจมูกน้ำมูกไหลกันนี่ล่ะคะ ) พบว่า

ครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยที่มีอาการภูมิแพ้ที่จมูกนั้นสังเกตุทราบว่าตนเองมีอาการภูมิแพ้ที่ตาด้วยจากการตอบแบบสอบถาม

และเมื่อนำทำการทดสอบเพิ่มเติมด้วยการตรวจสอบเฉพาะลงไปอีกเพื่อเช็คว่าในจำนวนผู้ป่วยภูมิแพ้ทั้งหมดนั้นแท้จริงแล้วมีจำนวนสักเท่าไหร่ที่ป่วยด้วยภูมิแพ้ที่เยื่อบุตาด้วย

ก็พบว่า 95% ของผู้ป่วยภูมิแพ้ที่จมูกนั้นเป็นภูมิแพ้ที่ตาร่วมด้วยหมายความว่าถ้าคุณเป็นภูมิแพ้ที่จมูกคุณก็มักจะเป็นภูมิแพ้ที่ตาอยู่ด้วย

และกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยภูมิแพ้ที่จมูกนั้นไม่รู้ตัวว่าตัวเองก็เป็นภูมิแพ้ที่ตาด้วย

 

? แล้วเรามีโอกาสเป็นภูมิแพ้ที่ตาและจมูกกันมากแค่ไหน

10-25% ของประชากรทั่วไปนั้นเป็น ภูมิแพ้ที่จมูก ( ข้อมูลจากภาควิชาโสต ศอ นาสิก มหาวิทยาลัยศิริราช )

และเป็นโรคที่เพิ่มความเสี่ยงขึ้นหากมีพ่อแม่ญาติพี่น้องเป็น ก็คือถ้าคุณพ่อหรือคุณแม่เราเป็นอยู่เราก็มีโอกาสเป็นมากกว่าคนอื่นอีกคือสูงกว่า 10-25%

 

 

– แล้วทีนี้เป็นภูมิแพ้มันเกี่ยวกับใต้ตาคล้ำยังไงล่ะคะ ?

เกิดจากการขยี้ค่ะ อาการของภูมิแพ้คือการคัน

ถ้าเราคันที่แขนแราก็เกาที่แขน ถ้าเราคันที่ขาเราก็เกาที่ขา

แต่ที่นี้ในคนที่เป็นภูมิแพ้ที่จมูกและตามักจะไม่ได้เกาที่จมูกและตาแต่ใช้เป็นขยี้ตาและจมูกแทนค่ะ

การขยี้หรือถูแรงๆเนี่ยะพอทำซ้ำไปซ้ำมาก็จะเป็นการทำร้ายผิวให้ผิวเกิดสีคล้ำ

และริ้วรอยสำหรับผิวที่บอบบางอย่างใต้ตาเนี่ยก็จะเกิดเป็นริ้วรอยใต้ตาที่ทาแป้งแล้วตกร่อง และเป็นรอยคล้ำบวกถุงใต้ตาค่ะ

ผิวใต้ตาเป็นผิวที่บอบบางกว่าบริเวณอื่นเมื่อถูกขยี้หรือถูแรงๆจึงเกิดสีคล้ำและริ้วรอยได้

บางครั้งคนไข้ก็อาจจะถามหมอกลับมาว่า ” ไม่นะคะ หนูไม่ได้ขยี้ตาเลย “
อืม…. หมอไม่ได้ไม่เชื่อหนูนะคะ

แต่หมอว่าบางทีเราก็ไม่รู้หรือไม่ได้สังเกตุมากกว่า เรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นถูจมูกขยี้ตา

ร่างกายเรามักไม่ได้ให้ความสำคัญกับสิ่งที่เป็นอัตโนมัติเหล่านี้พอที่จะจดจำ

อย่าว่าแต่เรื่องขยี้ตาเลยค่ะ บางวันยุ่งๆ ตกเย็นเพื่อนถามว่ามื้อเช้าเราทานอะไรมายังนึกกันอยู่ตั้งนานเลย

และยิ่งเวลากลางคืนคนที่เป็นโรคภูมิแพ้มักเกาหรือเผลอขยี้ตาโดยไม่รู้ตัว

 

แล้วทำยังไงกันดี?

รอยดำและถุงใต้ตาจากภูมิแพ้ก็ควรรักษาภูมิแพ้ควบคู่กันไปด้วยค่ะ

คันตาเคืองตาก็ใช้ยาแก้แพ้ชยิดหยอดตาที่ขายอยู่ตามท้องตลาดก็เช่นยี่ห้อ histaoph

ถ้ายังคันจมูกเคืองตาอยู่ก็อาจต้องรับประทานยาแก้แพ้ในกลุ่ม antihistamine ร่วมไปด้วยมีทั้งแบบง่วงและไม่ง่วงค่ะ

 

บรรณานุกรม

  • Daniel C Williams*Gabrielle EdneyBianca Maiden and Peter K Smith Recognition of allergic conjunctivitis in patients with allergic rhinitis.World Allergy Organization Journal 2013, 6:4 

แพทย์หญิงชลธิรศน์​ ศรีเกษตรสรากุล [คุณหมอฟ้า] แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคผิวหนังและความงาม จบการศึกษาแพทยศาสตร์บัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศึกษาต่อเกี่ยวกับโรคผิวหนังที่สถาบันโรคผิวหนังกรมการแพทย์ Diploma in Dermatology and Dermatosurgery จากนั้นคุณหมอฟ้าได้ร่วมงานกับคลินิกชื่อดังและโรงพยาบาลต่างๆอาทิเช่น โรงพยาบาลพญาไท โรงพยาบาลมิชชั่น สถาบันโรคผิวหนัง และเป็นที่ปรึกษาให้ความรู้เกี่ยวกับโรคผิวหนังให้กับเวบไซด์ ให้ความรู้ทางอินเตอร์เนตอันดับหนึ่ง หาหมอ.คอม นอกจากนี้คุณหมอฟ้ายังคอยศึกษาต่อและเข้าร่วมงานประชุมเพื่อ update เทรนการรักษาและดูแลสุขภาพโดยตลอด โดยได้ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับเวชศาสตร์ชะลอวัย ในหลักสูตร American Board of Anti-Aging Medicine , ศึกษาต่อด้านปัญหาผมร่วงและการปลูกผม ในหลักสูตร Fellowship in hair Restoration ที่ DHT clinic กับบิดาแห่งการปลูกผมของ Asia นายแพทย์ดำเกิง ปฐมวาณิชย์ ศึกษาต่อเกี่ยวกับโรคมะเร็งผิวหนังในหลักสูตร Primary care Skin Cancer Medicine จาก University of Queensland ประเทศออสเตรเลีย นอกจากนี้ยังร่วมงานประชุมอีกมากมายเช่น ศีกษาต่อเพิ่มเติมเกี่ยวกับความงามจากมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง เข้าร่วมการอบรมการฉีด โบท้อก ฟิลเล่อ ร้อยไหม เลเซอร์ชนิดต่างๆ จากบริษัทชั้นนำเช่น Allergan , Restylane ,celles , laser Aesthetic etc. ปัจจุบัน ดำรงตำแหน่ง Medical Director " Revival Clinic " คลินิกเสริมความงามและชะลอความชรา ตั้งอยู่ใกล้ BTS เพลินจิต

comments

Leave A Reply