power by skinanswershop.com

ตุ่ม PPE คืออะไร

0

ตุ่ม PPE คืออะไร  ?

หมอได้รับคำถามบ่อยๆเกี่ยวกับ PPE [ Pruritic papular euption in HIV ]

หรืออาการตุ่มคันในผู้ป่วยที่ติดเชื้อเอดส์

ว่าอาการเป็นอย่างไร ?  ที่เป็นอยู่ใช่หรือไม่ ?

เนื่องจาก PPE บางครั้งดูๆไปก็คล้ายๆตุ่มยุงกัดแต่เป็นมากและรุนแรงกว่า

เมื่อมีคำถามเกี่ยวกับโรคผิวหนังที่เกี่ยวข้องกับโรคติดต่อเพศสัมพันธ์แบบนี้จะถามใครก็คงไม่กล้า

วันนี้เรามาไขข้อข้องใจกับค่ะ ว่า PPE หน้าตาเป็นยังไง?

แต่ที่ดีที่สุดนะคะ สำหรับใครที่มีความเสี่ยงเกี่ยวกับการติดเชื้อ HIV

ตรวจเช็คเลือดเลยไม่ยากและสบายใจที่สุดค่ะ ทำได้ไม่ยากที่ห้องแลปใกล้บ้าน

PPE คือ อะไร?

PPE ย่อมาจาก Pruritic Papular Eruption in HIV

….pruritic แปลว่าคัน

….Papular แปลว่าตุ่ม

แปลรวมๆง่ายๆชื่อยาวๆนี้คือ โรคตุ่มคันในคนที่เป็น HIV

ผู้ป่วยที่ติดเชื้อ HIV มีอาการแสดงหลายระดับขึ้นกับระยะ

ติดใหม่ๆดูแลร่างกายดีภูมิคุ้มกันยังดีอยู่ก็จะไม่มีอาการอะไร เหมือนคนปกติทั่วไป

ไม่ตรวจเลือดก็จะไม่ทราบว่าผู้นั้นมีเชื้อ HIV อยู่

แต่เมื่อเวลาผ่านไป หากไม่รับประทานยาหรือปฏิบัติตามแพทย์ตามแพทย์แนะนำ

ภูมิคุ้มกันลดลงก็จะมีการติดเชื้อโรคฉวยโอกาสต่างๆทำให้เจ็บป่วยได้

ซึ่งเจ้า PPE นั้น มักพบในคนป่วยโรคเอดส์ ที่มีอาการมากแล้ว

โดยรอยโรค PPE อาจเป็นตัวสะท้อนบอกสถานะของภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยได้

คือการมี PPE อาจหมายถึงภาวะภูมิคุ้มกันของผู้ป่วยต่ำแล้ว

 

 

PPE เกิดจากอะไร ?

ยังไม่ทราบกลไกการเกิดและสาเหตุอย่างชัดเจน

เชื่อว่าเป็นปฏิกิริยาการแพ้ของผิวหนังของผู้ป่วยต่อแมลงกัดต่อยเช่นมด ยุง

ดังจะเห็นได้ว่า PPE พบได้มากกว่าที่บริเวณนอกร่มผ้า

 

PPE ติดต่อมั้ย ?

PPE ไม่ใช่โรคติดต่อ แต่โรคเอดส์เป็นโรคติดต่อค่ะ

หากเราต้องพบหรือสัมผัสกับผู้ป่วยเอดส์ที่มีอาการ PPE

ข้อควรระวังคือไม่ควรสัมผัสเลือดหนองจากแผล

เพราะเชื้อเอดส์สามารถติดต่อทางสารคัดหลั่งต่างๆจากร่างกาย เข้าทางผิวหนังที่มีแผลหรือรอยถลอกของเรา

 

ลักษณะตุ่มเอดส์

ตุ่มเอดส์

หลายคนเรียก PPE ว่าเป็นตุ่มเอดส์เพราะเป็นหนึ่งในโรคผิวหนังที่ทำให้ผู้ป่วยเอดส์ระยะมีอาการดูมีผิวหนังพุพอง

PPE มีลักษณะอาการดังนี้ค่ะ

  • ลักษณะเป็นตุ่มคัน คล้ายยุงแมลงกัด มีรอยแดงอักเสบ รอยดำหลังการอักเสบ อาจมีหนองจากการตดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อนที่ตามมาจากการเกา
  • พบได้ทั้งในและนอกร่มผ้า โดยพบที่บริเวณนอกร่มผ้าได้บ่อยกว่า
  • พบในระยะที่ภูมิคุ้มกันต่ำคืออาการของโรคเอดส์เป็นค่อนข้างมากแล้ว
  • มีอาการเรื้อรัง
  • มีอาการคันมากจึงพบมีรอยเกาและมีรอยดำ รอยแผลเป็นหลังเกาอยู่
  • มักเป็นที่แขนขา มากกว่าที่ใบหน้าค่ะ

 

PPE ทำไงดี ? การรักษา?

  • รับประทานยาต้านไวรัส 

ยา

การรักษาให้ทำควบคู่ไปกับการรักษาโรคเอดส์คือการ

  • ห้ามเกา

เกา

! เพราะยิ่งเกาจะยิ่งเป็นมากขึ้นค่ะ และทำให้ติดเชื้อแบคทีเรียซ้ำซ้อนด้วย

  • รับประทานยาแก้แพ้

ยาแก้แพ้

antihistamine เพื่อลดอาการคัน ถ้าเป็นชนิดง่วงเล็กน้อยเช่น Hydroxyzine ก็จะช่วยลดอาการคันได้ดีขึ้น click เพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการับประทานยาแก้แพ้ 

ทายา

ความเข้มข้นสูง เช่น clobetasol  ลดการคันและอักเสบที่ตุ่ม ยาสเตียรอยความเข้มข้นสูงไม่ควรใช้นานเกินสองถึงสามสัปดาห์ เพราะมีผลข้างเคียงทำให้ผิวบาง ช่วงที่ไม่คันมากตุ่มไม่หนาควรใช้ความเข้มข้นปานกลาง TA cream แทน click เพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้ยาทาสเตียรอยด์อย่างถูกวิธี 

  • ตุ่มที่ไม่ยอมยุบอาจต้องฉีดยาสเตียรอยด์เข้าไปที่ตุ่ม

ฉีดยา

คล้ายกับเวลาที่เราไปฉีดสิวที่คลินิค แต่ใช้สเตียรอยด์ความเข้มข้นสูงกว่า click เพื่อดูวีดีโอการฉีดสิว 

  • การฉายแสง UVB

ฉายแสง

ช่วยลด PPE ได้ แต่มีทำเฉพาะในโรงเรียนแพทย์ สถาบันโรคผิวหนัง และต้องเดินทางมาทำอย่างต่อเนื่องซึ่งมักไม่สะดวกต่อผู้ป่วย และกลับเป็นได้ซ้ำหลังสองเดือน

  • ดูแลผิวไม่ให้ผิวแห้ง

Beautiful, young woman applying body lotion after a shower

เพื่อลดอาการคัน ทาโลชั่นให้ความชุ่มชื้นกับผิวเป็นประจำ  click เพื่ออ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับวิธีลดผิวแห้ง

10 อาการต้องสงสัย ว่าเป็นโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ 

 click เพื่อกลับไปสารบัญเวบ 

บรรณานุกรม

  • AIDS Defining Clinical condition .Wikipedia .http://en.wikipedia.org/wiki/AIDS-defining_clinical_condition
  • ปรียากุลละวณิชย์,ประวิตร พิศาลยบุตร .Dermatology 2020:ชื่อบท.พิมพ์ครั้งที่1.กรุงเทพฯ:โฮลิสติก,2555
  • Lowell A. Goldsmith,Stephen I. Katz,Barbara A. Gilchrest,Amy S. Paller,David J.Leffell,Klaus Wolff.Fitzpatrick’s dermatology in general medicine :chapter.eight edition.McGraw-Hill.2012
  • featured image :HIV in Indonesia
    HIV positive prisoner in Cipinang Narcotics Prison, Jakarta.
     Photo by: Josh Estey

ประวัติการศึกษา จบแพทย์ศาสตร์บัณฑิตจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ศึกษาต่อเกี่ยวกับโรคผิวหนังที่สถาบันโรคผิวหนังกรมการแพทย์ ศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความงามหลักสูตรมหาวิทยาลัยแม่ฟ้าหลวง หลังจบการศึกษาทำงานที่โรงพยาบาลมิชชั่น พญาไทศรีราชา ปัจจุบันตรวจรักษาประจำคลินิคความงาม

comments

Leave A Reply